top of page
FAQ
คำถามที่พบบ่อย
คำถามทพบบอย
คำตอบ: สามารถแก้ไขแบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการตรวจสอบแบบบนหน้าจอ แต่หากแบบถูกส่งไปจัดทำบล็อกสกรีน บล็อกปั๊ม หรือแม่พิมพ์ (Mold) แล้ว การแก้ไขจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดทำบล็อกหรือแม่พิมพ์ใหม่ และหากสินค้าเข้าสู่ขั้นตอนการเดินเครื่องผลิตแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขแบบได้ ลูกค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสินค้าที่ได้ผลิตไปแล้วตามจริง
คำตอบ: แตกต่างกันในด้านบรรจุภัณฑ์และการควบคุมคุณภาพ (QC) โดยงานสำหรับจำหน่ายต่อมักต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม พร้อมจำหน่าย มีบาร์โค้ดหรือป้าย Tag สินค้า รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดทุกชิ้น (100% QC) ลูกค้าสามารถแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อให้เราปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์และมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพให้เหมาะสมกับความต้องการได้
คำตอบ: สำหรับงานพิมพ์ งานสกรีน และงานย้อมผ้า เราจะเทียบสีให้ใกล้เคียงกับรหัสสี Pantone ระบบ C (Coated) หรือ U (Uncoated) มากที่สุด โดยมีความแม่นยำประมาณ 90–95% ทั้งนี้ เนื่องจากวัสดุแต่ละประเภท เช่น สแตนเลส พลาสติก หรือผ้า มีคุณสมบัติในการดูดซับและสะท้อนแสงแตกต่างกัน จึงอาจทำให้เฉดสีที่ได้แตกต่างจากรหัสสีมาตรฐานเล็กน้อย
คำตอบ: เนื่องจากราคาสินค้าขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายประการ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (สำหรับสินค้านำเข้า) ค่าระวางขนส่งระหว่างประเทศที่มีความผันผวน ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก เช่น เม็ดพลาสติกและเหล็กกล้า รวมถึงช่วงฤดูกาลผลิต (High Season / Low Season) ของโรงงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า
คำตอบ: UV Printing เป็นการพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล โดยพ่นหมึกลงบนพื้นผิววัสดุและทำให้หมึกแห้งทันทีด้วยแสงยูวี เหมาะสำหรับโลโก้ที่มีสีสันซับซ้อน การไล่เฉดสี (Gradient) หรือภาพถ่าย อีกทั้งยังสามารถพิมพ์หมึกนูนเพื่อเพิ่มมิติให้กับชิ้นงานได้ แตกต่างจากงาน Silk Screen ตรงที่ไม่ต้องจัดทำบล็อกพิมพ์ จึงเหมาะสำหรับงานจำนวนน้อย แต่มีต้นทุนค่าหมึกต่อตารางนิ้วสูงกว่า
คำตอบ: เนื่องจากไฟล์ประเภท Vector เป็นไฟล์ลายเส้นคณิตศาสตร์ที่สามารถขยายหรือย่อขนาดได้โดยไม่สูญเสียความคมชัด ภาพจึงไม่แตกหรือเบลอ ทำให้ทีมกราฟิกสามารถนำไปแยกสีสำหรับงานสกรีน จัดทำบล็อกพิมพ์ หรือใช้กับเครื่องยิงเลเซอร์ได้อย่างแม่นยำ แตกต่างจากไฟล์ .JPG หรือ .PNG ซึ่งเป็นไฟล์ภาพแบบ Raster ที่ประกอบด้วยจุดพิกเซล จึงมักแตกหรือไม่คมชัดเมื่อขยายขนาด
คำตอบ: งานปั๊มจม (Debossing) เป็นการใช้แม่พิมพ์ความร้อนกดลงบนผิวหนัง PU ให้เกิดรอยลึกเป็นลวดลาย โดยอาศัยสีธรรมชาติของวัสดุ ส่วนงานปั๊มฟอยล์ (Foil Stamping) เป็นการเพิ่มแผ่นฟอยล์ เช่น สีทอง สีเงิน หรือสีคอปเปอร์ ลงบนตำแหน่งโลโก้ก่อนกดด้วยความร้อน ทำให้โลโก้มีความเงางาม สะท้อนแสง และให้ภาพลักษณ์ที่หรูหรามากยิ่งขึ้น
คำตอบ: งานสกรีนรอบกระบอกน้ำ (360 Degree Rotary Screen) สามารถทำได้เฉพาะสินค้าที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอกตรงและสมมาตร ไม่มีส่วนโค้งเว้า เอียง หรือสอบ (ไม่ใช่ทรงกรวย) โดยบริเวณรอยต่อระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของลายสกรีนจะมีระยะเว้นเล็กน้อย (Gap) ประมาณ 2–3 มิลลิเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกสกรีนซ้อนทับกันจนเกิดความหนาหรือเลอะ
คำตอบ: โดยทั่วไป สินค้าโลหะหรือพลาสติกที่ขึ้นรูปสำเร็จแล้ว ไม่สามารถทำโลโก้แบบปั๊มนูน (Embossing) เพิ่มภายหลังได้ เนื่องจากวัสดุมีความแข็งและไม่สามารถขึ้นรูปซ้ำได้ การทำโลโก้นูนบนโลหะหรือพลาสติกจำเป็นต้องออกแบบให้รวมอยู่ในขั้นตอนการผลิตตั้งแต่ต้น โดยใช้แม่พิมพ์ฉีดพลาสติก (Injection Mold) หรือแม่พิมพ์ปั๊มขึ้นรูป (Stamping Die) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการผลิตแม่พิมพ์ค่อนข้างสูง
คำตอบ: การพิมพ์แบบ Sublimation เป็นกระบวนการใช้ความร้อนเปลี่ยนหมึกจากสถานะของแข็งให้กลายเป็นก๊าซ แล้วซึมเข้าไปยึดเกาะกับเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ทำให้งานพิมพ์มีสีสันสดใส คมชัด และไม่หลุดลอกง่าย เหมาะสำหรับผ้าโพลีเอสเตอร์สีอ่อน เนื่องจากหมึก Sublimation มีลักษณะโปร่งแสง จึงไม่สามารถพิมพ์สีขาวหรือกลบสีพื้นของเนื้อผ้าได้ หากพิมพ์บนผ้าสีเข้ม สีของงานพิมพ์จะถูกสีของเนื้อผ้ากลบ ทำให้สีไม่ชัดหรือมองเห็นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
bottom of page





